เพิ่มผลผลิตหน่อไผ่ด้วยจุลินทรีย์หน่อกล้วย

เพิ่มผลผลิตหน่อไผ่ด้วยจุลินทรีย์หน่อกล้วย
การใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วยกระตุ้นหน่อไผ่
รอบรู้เรื่องไผ่
ในปัจจุบันไผ่เลี้ยงหวาน มีผู้บริโภคมีความสนใจ และต้องการมากขึ้น เนื่องจากไผ่เลี้ยงหวานเป็นไผ่ที่มีรสชาติ หวาน กรอบ อร่อย  แต่เกษตรกรผู้ปลูกไผ่เลี้ยงหวานยังไม่สามารถผลิตให้ไผ่สามารถออกหน่อได้ทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพัน-มีนาคม เป็นช่วงที่หน่อไผ่มีราคาสูงมาก และหน่อไผ่จะราคาสูงมากด้วยเช่นกัน แต่พอถึงเมษายน-พฤษภาคมหน่อไผ่จะราคาถูกลง เพราะไผ่จะออกหน่อช่วงนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นไผ่ที่เกษตรกรปลูก หรือไผ่ป่าตามธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้หากเกษตรกรสามารถควบคุมและบังคับให้ไผ่ออกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ -มีนาคมได้  ก็จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกไผ่มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกจำนวนไม่น้อยจากการปลูกไผ่
คุณสวัสดิ์ อกนิตย์ ซึ่งเป็นเกษตรกรบ้านหัวเรือ .หัวเรือ .เมือง .อุบลราชธานี ได้ศึกษาทดลอง โดยการนำน้ำหมักชีวภาพ (สูตรจุลินทรีย์หน่อกล้วย) ที่เคยได้ไปอบรมที่ค่ายทหารป่าดงนาทาม . อุบลราชธานี และนำมาทดลองใช้กับไผ่เลี้ยงที่ตนเองปลูกไว้ ผลปรากฏว่าได้ผลเกินคาด และทำให้ไผ่ที่ปลูกออกหน่อเร็วขึ้น แตกหน่อรอบกอ อีกทั้งหน่อมีขนาดใหญ่ อวบ สมบูรณ์ มีน้ำหนักมาก และคุณสวัสดิ์ยังได้นำน้ำหมักดังกล่าวไปใช้ได้ในการทำนา โดยนำไปรดในแปลงนาก่อนการไถกลบตอซังข้าว ทำให้ตอซังข้าวย่อยสลายได้เร็วขึ้น ใช้ล้างทำความสะอาดคอกสัตว์ต่างๆ เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์จริงๆครับ
การผลิตจุลินทรีย์หน่อกล้วย  
1.หน่อกล้วยหั่น สับ หรือตำละเอียด 30 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม
3.สารเร่ง พด.2 จำนวน 1 ซอง
4.น้ำ 100 ลิตร
วิธีการทำ
1. เติมน้ำสะอาดลงถังเกือบเต็ม คลุกเคล้ากับกากน้ำตาล พร้อมกับละลายสารเร่ง พด.2 คนให้เข้ากัน 10 - 15 นาที
2. ใช้หน่อกล้วยอ่อนความสูงจากพื้นดิน 1 เมตร ให้ขุดเหง้าแล้วสลัดเอาดินออกไม่ต้องล้างน้ำ เอาทั้งเหง้าต้น นำหน่อกล้วยสับหั่น หรือตำให้ละเอียด ใส่ถัง (ที่เตรียมไว้) ที่มีส่วนผสมตามข้อ1
3. ปิดฝาให้สนิทตั้งไว้ที่ร่ม 2 วัน 2 คืน (48 ชั่วโมง) ไม่ให้อากาศเข้า (ไม่ให้จุลินทรีย์ภายนอกเข้าไป) พอหลัง 48 ชั่วโมงแล้ว ให้เปิดฝาถังคนทุกวัน และคอยกดวัสดุหมักให้จมน้ำอยู่เสมอ หมักไว้ในร่มนาน 7 วัน (จนหมดฟอง) กรองเอาแต่น้ำสามารถเก็บได้นานถึง 6 เดือน ส่วนกากให้นำไปใส่ไว้ที่โคนต้นไผ่ หรือในแปลงนาเพื่อเป็นปุ๋ยต่อไป
วิธีการนำไปใช้กระตุ้นหน่อไผ่
นำจุลินทรีย์หน่อกล้วยอัตรา 20 – 40 ซีซี มาผสมน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นทางใบ หรือราดรดโคนไผ่ หรือถ้าไม่ผสมน้ำก็สามารถนำน้ำหมักหน่อกล้วยราดรดโคนไผ่ได้เลย การใช้จะใช้ 10-15 วัน /ครั้ง
ประโยชน์เพิ่มเติมของจุลินทรีย์หน่อกล้วย
1. ใช้ป้องกันกำจัดโรคพืช โดยผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 20-40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดต้นพืชให้เปียกชุ่ม ทั้งบนใบและใต้ใบ เพื่อล้างน้ำฝน ภายหลังจากที่ฝนหยุดตกแล้วนานเกิน 30 นาที ฉีดพ่นล้างหมอกก่อนแดดออก ฉีดพ่นป้องกันโรคที่มากับน้ำค้างช่วงตอนเย็น หรือฉีดพ่นในอัตรา 40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร เมื่อพบการระบาดของโรคพืช ทั้งเว้นการให้น้ำ 48 ชั่วโมง เพื่อลดความชื้น
2. ใช้ปรับปรุงโครงสร้างของดิน และกำจัดเชื้อโรคในดิน โดยผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 20-40 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดรดลงดินไปพร้อมๆกับการให้น้ำ ซึ่งการใช้ในแต่ละครั้งอย่าให้เกิน 3 ลิตร ต่อไร่
3. ใช้ล้างทำความสะอาดคอกสัตว์ ให้ฉีดพ่นคอกสัตว์ด้วยน้ำจุลินทรีย์ 1 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร
4. ใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำในร่องสวน สระเก็บกักน้ำ และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยใส่จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร ต่อน้ำ 10,000 ลิตร
5. ใช้เร่งการย่อยสลายเศษซากอินทรียวัตถุ หรือดับกลิ่นขยะของเน่าเสีย โดยการฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตรต่อน้ำ 100 ลิตร
ที่มา: คุณสวัสดิ์ อกนิตย์ บ้านหัวเรือ .หัวเรือ .เมือง .อุบลราชธานี

การผลิตไผ่บงหวานให้ออกตลอดทั้งปี

การผลิตไผ่บงหวานให้ออกหน่อนอกฤดู
รอบรู้เรื่องไผ่
ในการผลิตไผ่บงหวานให้ออกตลอดทั้งปีนั้น เกษตรกรผู้ปลูกไผ่จะต้องมีการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และในบทความนี้ก็ขออนุญาตนำเสนอเทคนิคผลิตหน่อไผ่บงหวานนอกฤดู ของสวนเพชรน้ำผึ้ง มาฝากผู้อ่านเพื่อประดับความรู้ หรือผู้ที่อยากจะเป็นเจ้าของสวนไผ่ ก็ลองทำตามเทคนิควิธีที่เขาประสบความสำเร็จในการปลูกไผ่ มาแนะนำดังนี้ครับ 
ในแต่ละเดือนทางสวนจะนำปุ๋ยยูเรีย (สูตร 46 -0-0) อัตรา 10 กิโลกรัมนำผสมคลุกเคล้ากับปุ๋ยคอกเก่าอัตรา 90 กิโลกรัม แล้วใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพรดตามลงไป หมักทิ้งไว้ 1 คืน นำไปใส่ให้กับต้นไผ่บงหวานต้นละ 5-10 กิโลกรัม สิ่งสำคัญในการผลิตไผ่บงหวานนอกฤดูก็คือ การจัดการเรื่องการให้น้ำซึ่งถือว่ามีความจำเป็นมาก การให้น้ำจะใช้วิธีการแบบปล่อยน้ำเข้าร่องก็ได้ แต่ก่อนปลูกเกษตรกรจะต้องมีการปรับพื้นที่ปลูก ตรวจสอบความลาดเอียง เพื่อให้ไล่ระดับน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ซึ่งวิธีการแบบนี้จะช่วยประหยัดต้นทุนเกี่ยวกับการติดตั้งระบบน้ำได้เป็นอย่างดี
ส่วนในเรื่องของการดูแลรักษา เพื่อที่จะผลิตไผ่บงหวานนอกฤดูนั้น ในแต่ละปี จะต้องมีการตัดแต่งลำไผ่เก่าของกอไผ่ออกปีละ 1 ครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยนำไม่ไผ่ที่ตัดออกไปทำประโยชน์อย่างอื่นเช่น ใช้ทำไม้ค้ำยันต้นผลไม้ ที่เหลือนำไปเผาเป็นถ่านไม้ไผ่เพื่อใช้ในครัวเรือน เพราะเนื้อไม่ลำไผ่บงจะตัน ส่วนใบและกิ่งไผ่ก็ทิ้งไว้ในแปลงปลูกไผ่ ใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยให้กับต้นไผ่ต่อไป แต่ในช่วงฤดูฝนทางสวนจะปล่อยให้หน่อไผ่แทงขึ้นเป็นลำ ไผ่หนึ่งกอปล่อยให้ขึ้นเป็นลำเฉลี่ย 8-12 ลำ เพื่อเป็นลำแม่ที่จะให้หน่อในฤดูถัดไป ลำที่ขึ้นใหม่มามักจะแขนงออกตามข้อ เกษตรกรจะต้องหมั่นตัดแขนงทิ้งด้วยมีดพร้า ด้วยการจัดการระบบการให้น้ำทีดี ทำให้สวนไผ่แห่งนี้สามารถเก็บหน่อไผ่บงหวานได้ตั้งแต่เดือนมกราคม พฤษภาคม ของทุกปี และขายจากสวนได้ราคากิโลกรัมละ 50 -100 บาท สำหรับหน่อไผ่ที่ ออกในฤดูระหว่างเดือนมิถุนายน ตุลาคม ขายจากสวนได้กิโลกรัมละ 35-30 บาท และในแต่ละปีทางสวนสามารถเก็บหน่อไม้ไผ่บงหวานได้เกือบตลอดทั้งปี เว้นเฉพาะเดือนพฤศจิกายน ธันวาคมเท่านั้น
ที่มา :ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร (วารสารเส้นทางกสิกรรม "ครบเครื่องเรื่องไผ่บงหวาน") ประจำเดือนพฤษภาคม 2552.พิจิตร