ข้อควรระวังในการกิน “หน่อไม้”

หน่อไม้สด/ดอง..อันไหนดีกว่ากัน?

“หน่อไม้” จัดว่าเป็นยอดอ่อนของพืชที่จัดอยู่ในชนิดที่เรียกว่า “ผัก “ ซึ่งหากเรานำหน่อไม้สดมาปรุงเป็นอาหาร ก็จะได้คุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้เมนูอื่น  แต่หากเรานำมาทำเป็นหน่อไม้ดองก็จะได้คุณค่างทางอาหารที่แฝง (ทางอ้อม) โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์ แพทย์จะไม่แนะนำให้รับประทานอย่างเด็ดขาด เพราะในหน่อไม้จะมีสารอยู่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “สารพิวริน” สูงมาก ซึ่งสารดังกล่าวนี้ จะเป็นตัวการที่ทำให้กรดยูริกที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเกาต์เพิ่มปริมาณสูงขึ้น ส่วน “กรดยูริก” ที่ว่านี้ ก็คือสารที่เกิดจากการเผาผลาญของสารพิวริน พบมากในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ถั่วชนิดต่างๆ และยอดพืชผักอ่อน โดยเฉพาะในหน่อไม้ ซึ่งโดยปกติแล้วกรดยูริกจะถูกขับออกทางปัสสาวะของคนเราอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม หากร่างกายมีการสร้างกรดยูริกมากเกินไป หรือไตทำหน้าที่ขับกรดยูริกได้น้อยลง (เนื่องจากไตเสื่อมลง) กรดยูริกก็จะตกผลึกตามผนังหลอดเลือด ไขข้อกระดูก ไต และอวัยวะต่างๆของร่างกาย เป็นเหตุทำให้เกิดอาการปวดข้อและเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น ข้อพิการ นิ่วในไต หรือโรคกระดูกพรุน เป็นต้น


ความเชื่อเกี่ยวกับหน่อไม้

กินหน่อไม้..ทำให้ปวดข้อจริงหรือ?

หลายเสียงหลายความคิดเห็นที่เรามักจะได้ยินประจำ อย่างเช่น “หน่อไม้เป็นของแสลงอย่าไปกินนะ” หรือ “กินหน่อไม้แล้วจะทำให้ปวดข้อได้” ซึ่งจากข้อมูลทางการแพทย์จริงๆแล้ว “การรับประทานหน่อไม้” ไม่ได้ทำให้ปวดข้อ หรือมีผลต่อระบบไขข้อแต่อย่างใด แต่จะมีผลเฉพาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์เท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วคนที่มีอาการปวดข้อจากสาเหตุอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับโรคเกาต์ ก็สามารถกินหน่อไม้ได้ตามปกติครับ และความเชื่อผิดๆที่เราเคยได้ยินเป็นประจำ อีกอย่างก็คือ คนที่เป็นเบาหวานห้ามกินหน่อไม้”  แต่อันที่จริงแล้วการกินหน่อไม้ ไม่ได้มีผลกับระดับน้ำตาลในกระแสเลือดแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแล้ว “หน่อไม้”  ก็ไม่ใช่อาหารที่ต้องห้ามสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานอีกต่อไปครับสุดท้ายคิดว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับความเชื่อที่ว่า คนที่เป็นโรคตับห้ามรับประทานหน่อไม้”  ซึ่งเรื่องนี้ทางด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ได้อธิบายว่า “โรคตับ” ในที่นี้ ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งก็จะมีทั้งอาการตับแข็งและทั้งจากไวรัสตับอักเสบบี แต่ถึงอย่างไร แพทย์ก็ยังยืนยันว่า การรับประทานหน่อไม้ ไม่มีผลต่อโรคดังกล่าวครับ